ปัจจุบันภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตอย่างมาก เชื่อว่าผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็คงอยากส่งเสริมให้เด็กมีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน ในภาษาอังกฤษไม่มากก็น้อย ซึ่งเด็กในวัยนี้จะเรียนรู้ด้วยวิธีซึมซับจากต้นแบบค่ะ และเพื่อฝึกเตรียมความพร้อมตามวัยที่เหมาะสมเราสามารถสร้างความคุ้นเคยให้เด็กได้สนุกสนานกับการเรียนรู้ผู้ปกครองก็สามารถฝึกคำศัพท์ที่เด็กควรเรียนรู้เบื้องต้นง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองที่บ้านค่ะ แต่อาจติดปัญหาว่าไม่รู้จะเริ่มยังไง พื้นฐานภาษาอังกฤษเราก็ไม่ดีจะสอนลูกได้หรือไม่ ก็ต้องบอกผู้ปกครองก่อนว่าการสอนเด็กวัยนี้ไม่จำเป็นต้องสอนอย่างเป็นทางการ หรือตามหลักไวยกรณ์ แต่เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เรียนรู้จากความสนใจเป็นหลัก เรียนรู้ผ่านการเล่น การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว ดังนั้นผู้ปกครองไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด ส่วนเรื่องปัญหาที่ว่าไม่รู้จะเริ่มสอนอย่างไร เราก็มีแนวทางการสอนภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่ผู้ปกครองสามารถทำได้ที่บ้านอาจจะเรียกว่าเป็นวิธีสอนภาษาแบบธรรมชาติก็ได้นะคะเรามาดูกันเป็นข้อ ๆ ค่ะ

1. สร้างกิจวัตรประจำวันในการใช้ภาษาอังกฤษ

ผู้ปกครองอาจกำหนดช่วงเวลาสั้น ๆ หลาย ๆ ครั้งต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วกว่าการเรียนรู้แบบใช้เวลานาน ๆ โดยอาจใช้เวลาประมาณ 15 นาทีต่อครั้ง ก็เพียงพอต่อการฝึกฝนของเด็ก ๆ ค่ะ และหากเด็ก ๆ เริ่มพัฒนาความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ผู้ปกครองอาจขยายเวลาออกไปให้นานกว่าเดิมได้ค่ะ แต่อย่างน้อยควรจัดกิจกรรมฝึกฝนภาษาอังกฤษให้เด็กในช่วงเวลาสั้น ๆ ของทุกวัน โดยผู้ปกครองอาจจัดกิจกรรมหมุนเวียนกันไป เช่น การเล่านิทาน เกม หรือการร้องเพลง เป็นต้นค่ะ

2. สอนภาษาอังกฤษผ่านเกมแสนสนุก

อย่างที่กล่าวไปค่ะ ว่าเด็ก ๆ วัยนี้เรียนรู้จากความสนใจและการเล่น ดังนี้หากผู้ปกครองให้เด็ก ๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นเกม จะทำให้เด็ก ๆ จดจ่อกับการสอนหรือกิจกรรมได้นานมากขึ้น เพราะเด็ก ๆ สนุกและมีความสุขนั้นเองค่ะ เช่น เกมจับคู่ ทายคำ ที่เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษก็ได้เช่นกัน

3. ฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านการเล่านิทาน

แน่นอนว่าการเล่านิทานล้วนเป็นกิจกรรมโปรดของเด็ก ๆ ทุกคน นิทานจึงเป็นสื่อที่ดีที่จะนำมาสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กค่ะ โดยอาจเลือกนิทานที่มีคำสั้น ๆ เน้นภาพประกอบ อาจเป็นนิทานเน้นสอนคำศัพท์โดยเฉพาะได้ยิ่งดีค่ะ เพราะจะมีการใช้คำศัพท์ที่เหมาะสมตามวัย มีการใช้คำศัพท์ซ้ำ ๆ มีคำคล้องจอง และมีรูปประโยคที่เข้าใจง่าย ทั้งนี้ผู้ปกครองอาจใช้ ท่าทาง สีหน้าและน้ำเสียงประกอบการเล่า เพื่อเพิ่มอรรถรสทำให้การเรียนรู้สนุกยิ่งขึ้น

4. ใช้เพลงเป็นตัวช่วย

เพลงเป็นเครื่องมือที่ใช้สอนคำศัพท์ใหม่ ๆ และการออกเสียงได้เป็นอย่างดี เพลงพร้อมภาพประกอบจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้เด็ก ๆ ได้ค่ะ แม้เด็ก ๆ ยังฝึกออกเสียงไม่เป็นก็ตาม เพราะภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในเพลงมักจะสอดคล้องและสัมพันธ์กับคำศัพท์นั้นอยู่แล้ว เพลงที่เลือกอาจเป็นเพลงสำหรับเด็กสั้น ๆ หรือเป็นเพลงจากการ์ตูนของเด็ก ๆ ก็ได้ค่ะ จะทำให้เด็กสนใจ เกิดการจดจำ จนสามารถออกเสียงได้ในภายหลัง

5. การนำภาษาอังกฤษมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ผู้ปกครองจะต้องสร้างความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษให้เด็กเพื่อ ให้เด็ก ๆ มีความกล้าและมั่นใจในการออกเสียง โดยผู้ปกครองอาจใช้สถานการณ์หรือสิ่งของง่าย ๆ ที่อยู่รอบบ้านมาเป็นตัวช่วยให้การสอนเด็ก ๆ ค่ะ เช่น สอนคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารเมื่อเวลาผู้ปกครองทำครัวหรือไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้ลูกช่วยหยิบของให้ เช่น น้ำตาล เกลือ น้ำมัน ฯลฯ หรือสอนคำศัพท์เกี่ยวกับของเล่นหรือเสื้อผ้าของของเด็กเอง เป็นต้น

เมื่อถึงช่วงเวลาเรียนรู้หรือฝึกฝนภาษาอังกฤษของเด็กในแต่ละวัน ผู้ปกครองอาจจะเริ่มต้นด้วยประโยคเดิม ๆ ทุกวัน เพื่อให้เด็กคุ้นเคย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพัฒนาของเด็กเป็นสำคัญ อย่าเร่งรัดหรือกดดัน เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด จนหมดสนุก ทำให้เด็กปฏิเสธที่จะทำกิจกรรมได้ ในทางกลับกันหากผู้ปกครองคอยให้กำลังใจ สนับสนุน และกล่าวชมเชยให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาเด็กท่องศัพท์หรือออกเสียงได้ถูกต้อง จะทำให้เด็กสนใจที่จะเรียนรู้มากขึ้นด้วยค่ะ

ดาวน์โหลด
24 รายการ